ATD พลังพืช พลังดิน สารเสริมการเจริญเติบโตของพืช สกัดโปรตีนอะมิโนจากผลิตภัณฑ์ผึ้ง

เอทีดี อะมิโน คืออะไร?

เอทีดี อะมิโน คือ นวัตกรรมจากเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ผลิตแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเช่น ผลิตภัณฑ์จากผึ้ง มาผ่าน กระบวนการทางชีวภาพ ทำให้ได้อะมิโน และสารที่จำเป็นต่อพืชที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมากถึง 20 ชนิด ซึ่งล้วนแต่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืชที่เป็นธรรมชาติ 100% ปราศจากองค์ประกอบที่เป็นเคมีสังเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น

จากการทดลองกรรมวิธีในการผลิตมากถึง 8,000 สูตร จนได้ เอทีดี อะมิโน ที่เหมาะกับการสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตให้เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ทำให้พืชซ่อมแซมตัวเองได้ ตลอดจนจุลินทรีย์ในดินที่มีประโยชน์ต่อพืช เช่น ข้าว ยางพารา พืชหัว ผัก ผลไม้ และ พืชอื่นๆ ซึ่งจะทำให้พืชได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในการนำไปสร้างเซลล์ใหม่ และ ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของจุลินทรีย์ในดินแบบทวีคูณ จึงมีพลังช่วยย่อยอินทรียวัตถุให้เป็นอาหารของพืช รวมถึงปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่ส่งผลเสียต่อการเพาะปลูกให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมาะที่จะทำการเพาะปลูกพืชทุกชนิด โดยที่เกษตรกรไม่ต้องกังวลกับสารเคมีตกค้างที่อันตราย

สารประกอบของผลิตภัณฑ์จากผึ้ง

สารประกอบของผลิตภั ณฑ์จากผึ้งประกอบด้วยไขมัน คาร์โบไฮเดรท เอ็นไซม์ แร่ธาตุต่าง ๆ และวิตามิน สารฆ่าเชื้อโรค ( antiseptic) โปรตีนมากกว่าร้อยละ ๒๐ ไขมัน ร้อยละ ๕.๔๖ แร่ธาตุร้อยละ ๐.๘๒ โดยน้ำหนัก นอกจากนั้นพบ ฟอสโฟลิปิค, อเซทิลโคลีน, ฮอร์โมน และเอนไซม์บางชนิด รวมทั้งวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินบีค่อนข้างสูง วิตามินซี และวิตามินดี แต่ขาดวิตามีนอี

กระบวนการทำงานของ เอทีดี อะมิโน

 

ดินในประเทศไทยส่วนมากแทบไม่ขาดธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช เพียงขาดกระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยการย่อยสลายทำให้เกิดออกซิเจน และคาร์บอน ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์นี้ได้นำหลักแนวคิดมาใช้ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อใช้ในการเกษตร แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) พลังดิน ATD3 ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ และธาตุอาหาร 2) พลังพืช ATD20 ช่วยในการเจริญเติบโตของพืชอย่างมีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตทั้งขนาด ปริมาณ คุณภาพ และน้ำหนัก


จากการสังเกตุตารางความต้องการธาตุอาหาร จะเห็นได้ว่าออกซิเจน คาร์บอน เป็นธาตุที่สำคัญที่สุด ธาตุทั้งสองนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันความเจริญทางเทคโนโลยีทำให้ภาคการเกษตรมีความก้าวหน้าตามไปด้วย โดยแนวทางของเกษตรกรรมปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะมุ่งให้ผลผลิตมีจำนวนมากเพียงอย่างเดียวแต่มิได้คำนึงถึงคุณภาพของผลผลิตและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จึงทำให้สารพิษเกิดการตกค้างซึ่งเป็นเหตุให้ออกซิเจนและคาร์บอนลดลง ส่งผลให้พืชขาดธาตุอาหารที่สำคัญ ผลผลิตจึงตกต่ำและด้อยคุณภาพ

เอทีดี อะมิโน เมื่ออยู่ในขวดบรรจุจะอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง ไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ แต่เมื่อได้รับการผสมกับน้ำหรือสัมผัสโดนดินที่มีความเปียกชื้น แล้วจะเกิดปฏิกิริยารวมตัวของโมเลกุล และ ให้พลังงานออกมา ซึ่งพลังงานที่ได้จะเป็นตัวนำพา เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ช่วยย่อยธาตุอาหารให้กับจุลินทรีย์ ให้แพร่กระจายไปพร้อมกัน

เมื่อธาตุอาหารถูกย่อยโดยเอนไซม์ จุลินทรีย์ จึงสามารถเจริญเติบโตและทวีจำนวนมากขึ้น และจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาใช้ ในขณะเดียวกัน พืชจะดักจับไนโตรเจนแล้วนำไปใช้งาน พืชจึงเจริญเติบโตได้ดี กระบวนการข้างต้นคล้ายคลึงกับ กระบวนการกำเนิดสิ่งมีชีวิตแรกเริ่มของโลก ด้วยเหตุนี้ เอทีดี อะมิโน จึงเป็น “นวัตกรรมจากเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร สำหรับพืชทุกชนิด” อย่างแท้จริง

เอทีดี อะมิโน แตกต่างจากสารเสริมอื่นๆในท้องตลาดอย่างไร

 

เอทีดี อะมิโน ไม่ใช่ปุ๋ย ฮอร์โมน หรือ สารประเภท น้ำหมัก หรือ อีเอ็ม ที่พบเห็นมากมายในตลาดสินค้าเกษตร ที่มีประสิทธิภาพจำกัดหรือให้ผลแค่ระยะสั้นๆ ในขณะที่ เอทีดี อะมิโน เป็นผลิตภัณฑ์จากส่วนประกอบธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของดินและพืช

สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือ สารอะมิโนสำหรับพืชอื่นๆ ที่วางขายมักจะสกัดจากเศษเปลือกกุ้ง ปู หรือสารสกัดจากเศษอาหาร กากถั่วเหลือง และของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม ซึ่งมีคุณค่าน้อย ทำให้ได้สารอะมิโนที่มีคุณภาพไม่มากนัก รวมถึงอาจจะเหลือสารที่เป็นโลหะหนักซึ่งมีผลเสียต่อดิน และพืชที่ปลูกบนดินนั้นในระยะยาว

ในทางกลับกัน เอทีดี อะมิโน เลือกสกัดสารอะมิโนจากวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหาร เช่น น้ำผึ้ง นมผึ้ง และ เกสรผึ้ง ทำให้อะมิโนที่ได้เป็นอะมิโนที่มีคุณภาพสูง และไม่มีสารโลหะหนักตกค้าง โดยผ่านการตรวจสอบและรับรองตัวอย่างโดย บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากนี้ คุณสมบัติพิเศษที่มีเฉพาะใน เอทีดี อะมิโน คือ

  • เมื่อ เอทีดี อะมิโน ทำปฏิกิริยาโดยการผสมกับน้ำแล้วจะเกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนพลังงานขึ้นในสารประกอบ ซึ่งพลังงานที่ได้นี้เองช่วยนำพาสารอาหารให้แพร่กระจายไปทั่วทั้งผืนดิน และ ต้นพืช ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์อะมิโน หรือ สารสกัด ทั่วไป จะมีเพียงสารอาหารแต่ไม่สามารถทำให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนได้ เพราะไม่มีพลังงานเพียงพอ พืชจึงได้รับสารอาหารไม่เต็มที่
  • โมเลกุลของ เอทีดี อะมิโน สามารถนำพา เอนไซม์ไปพร้อมกับกระบวนการแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งเอนไซม์เหล่านั้นจะช่วยย่อยสลายธาตุอาหารให้กับจุลินทรีย์ ทำให้จุลินทรีย์ทวีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์
  • จุลินทรีย์ในธรรมชาติจะทวีจำนวนมากขึ้นจากการได้รับธาตุอาหารที่เอนไซม์ใน เอทีดี อะมโน ช่วยย่อยสลายให้ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านั้น จะตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาใช้งาน ซึ่งพืชสามารถดักจับไนโตรเจนที่ถูกตรึงโดยจุลินทรีย์ และ นำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้อีกด้วย
  • เอนไซม์ที่อยู่ใน เอทีดี อะมิโน สามารถ สลายตัวเองได้จึงปลดปล่อยสารอาหารได้ดีกว่า และไม่เกิดการตกค้าง ดังนั้นพืชจึงได้ธาตุอาหารเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในขณะที่ อะมิโน บางชนิดเช่น อะมิโนที่สกัดจากถั่วเหลือง เปลือกหอย เปลือกปู ไม่มีเอนไซม์มากพอ ซึ่งทำให้ไม่สามารถสลายตัวเองได้ จึงเกิดการตกค้าง และอาจชักนำจุลินทรีย์ในกลุ่มที่ไม่ดีให้ลงมายังทำลายต้นพืชได้
  • เอทีดี อะมิโน สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด เพราะ เอทีดี อะมิโน จะช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ แข็งแรง ตามลักษณะของพันธุ์พืชนั้นๆ และเมื่อพืชมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ประกอบกันผืนดินได้รับการปรับปรุงให้อุดมสมบูรณ์ จึงส่งผลให้พืชเติบโต แข็งแรง ดีแล้วจะให้ผลผลิตที่สมบูรณ์ ทั้งขนาด ปริมาณ คุณภาพ และน้ำหนัก

เอทีดี อะมิโน มิได้ทำงานโดยการ เพิ่ม หรือ เร่ง ผลผลิตจากต้นพืช หรือ ในดินที่ปลูก ซึ่งจะทำให้ต้นพืชและผืนดิน ทรุดโทรดและเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว แต่ เอทีดี อะมิโน จะช่วยปรับสภาพธรรมชาติให้คืนสู่ความสมดุลและเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็นไปอย่างธรรมชาติ จึงช่วยให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างยั่งยืน

เปรียบเทียบกับ น้ำหมักชีวภาพ ไคโตซาน และ อีเอ็ม

น้ำหมักชีวภาพ และ ไคโตซานจะมีเชื้อโรคผสมปนอยู่เนื่องจากได้จากการหมักเศษอาหาร ซากพืช ซากสัตว์ ที่ไม่สะอาดเมื่อราดรดให้พืช เชื้อเหล่านี้จะกระจายไปกับดิน และ อาจ พัฒนากลายเป็นเชื้อโรคที่ทำลายพืชได้

กระบวนการผลิต อีเอ็ม จะมีกากน้ำตาลผสมอยู่ กากน้ำตาลนี้เป็นสารหนืดซึ่งจุลินทรีย์ย่อยสลายยาก อีกทั้งจุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารหนืดนั้นคือจุลินทรีย์ประเภทที่ทำหน้าที่ย่อยซากพืชซากสัตว์ ซึ่งพืชมีชีวิตไม่ต้องการ และเนื่องจากความยากในการย่อยสลายสารหนืด จึงชักนำให้จุลินทรีย์ที่มีฤทธิ์ในการย่อยสลายมากกว่าเข้ามาทั้งจากอากาศ ดิน และ น้ำ เมื่อจุลินทรีย์เหล่านี้ย่อยสลายสารหนืดหมดไป จะเริ่มกัดกินเคลือบที่ผิวใบพืช อีกทั้ง จุลินทรีย์เหล่านี้จะพัฒนาต่อไปกลายเป็นเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส กลายเป็นโรคพืช ในที่สุด

 

เอทีดี พลังดิน และ พลังพืช

เอทีดี พลังดิน เป็นสารสกัด อะมิโน ธรรมชาติ ซึ่งช่วยในนำพาเอนไซม์ ไปย่อยสลายธาตุอาหารในดิน และด้วยคุณสมบัติที่ให้พลังงานสูงเมื่อทำปฏิกิริยา จึงสามารถแพร่กระจายนำพาเอนไซม์ไปได้ไกล จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จึงได้รับธาตุอาหารที่เอนไซม์เหล่านั้นย่อยสลายให้และทวีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

เอทีดี พลังพืช เป็นสารสกัด อะมิโน ธรรมชาติ ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก และ เกิดการกระบวนการแพร่กระจายแบบสั้นๆ จึงมีข้อเด่นตรงที่สามารถนำพาธาตุอาหารซึมเข้าทางปากใบ หรือ เนื้อเยื่อของพืชได้โดยตรง

จึงอาจสรุปได้ว่า เอทีดี พลังดิน นำพาเครื่องมือสร้างอาหารไปให้กับจุลินทรีย์ และ ให้จุลินทีย์สร้างอาหารให้กับต้นพืชอีกทีหนึ่ง แต่ เอทีดี พลังพืช นำพาทั้งเอนไซม์ไปให้จุลินทรีย์พร้อมกับนำพาธาตุอาหารไปให้พืชได้ทันที เอทีดี ทั้งสองสูตรจึงทำหน้าที่เสริมซึ่งกันและกัน

 

ดาวน์โหลดรายละเอียด ATD พลังพืช พลังดิน